เกียรติประวัติหน่วย
 ยึดค่าย
มีผู้เข้ามาอ่านแล้ว : 94 คน
ประกาศวันที่  ธันวาคม

 

 

นาวาตรี ศุภนิตย์   จูฑะพุทธิ
ผบ.ฉก.นย.๒๐๑

 


การปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ภาคใต้

    สาเหตุของการจัดทหารนาวิกโยธินปราบปรามการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์  (ผกค.)  ในเขตจังหวัดภาคใต้  สืบเนื่องจากค่ายกรุงชิงซึ่งเป็นค่าย  ผกค.  อยู่ในเขตุพื้นที่  จว.นครศรีธรรมราช  ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ ๔  กองทัพบก  และกองทัพภาคที่ ๔  ได้ส่งกำลังเข้าปราบปราม  ผกค.  ณ ที่แห่งนี้หลายครั้งแต่  ผกค.  ในพื้นที่ส่วนนี้ก็ยังมีการเคลื่อนไหวไม่หมดสิ้น  เนื่องจากการขาดแคลนกำลังพลในการปราบปราม  กองทัพภาคที่ ๔  กองทัพบก  จึงได้ขอกำลังทหารนาวิกโยธิน  จำนวน ๑    กองพันทหารราบเพิ่มเติมกำลัง สนับสนุนในการปราบปราม  ผกค.  กลุ่มนี้  และในที่สุด กองบัญชาการทหารสูงสุด  ก็ได้อนุมัติตามข้อเสนอของกองทัพบก  และได้เข้าปฏิบัติการในพื้นที่  จว.นครศรีธรรมราช  ใน พ.ศ. ๒๕๒๐  ภายใต้ชื่อ “หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ๒๐๑”

                                                         รายนามผู้บังคับบัญชา

 

 

ลำดับ

ยศ ชื่อ

สกุล

ตำแหน่ง

                     ๑.    

น.ต.ศุภนิตย์

จูฑะพุทธิ

ผบ.ฉก.นย.๒๐๑

                    ๒.    

น.ต.ชุมพร

โชติโยธิน

รอง ผบ.ฉก.นย.๒๐๑

                    ๓.    

น.ต.วัฒนา

วงศ์วิเชียร

ผบ.ร้อย.บก.และบริการ ฯ

                    ๔.    

น.ต.เชษฐ์

โกมลฐิติ

นยก.ฉก.นย.๒๐๑

                    ๕.    

ร.อ.ดำรินทร

อิศรางกูร ณ อยุธยา

นขว.ฉก.นย.๒๐๑

                     ๖.    

ร.อ.บุญยงค์

คลังวิจิตร

นกพ.ฉก.นย.๒๐๑

                    ๗.    

ร.อ.ธีรพันธ์

ทิมประเสริฐ

ผบ.ร้อย.ปืนเล็กที่ ๑ ฉก.นย.๒๐๑

                    ๘.    

ร.อ.ต่อบุญ

ไกรฤกษ์

ผบ.ร้อย.ปืนเล็กที่ ๒ ฉก.นย.๒๐๑

                     ๙.    

ร.อ.เบญจะ

อินทรประชา

ผบ.ร้อย.ปืนเล็กที่ ๓ ฉก.นย.๒๐๑

                 ๑๐.    

ร.อ.สมทบ

กุลศิลารัตน์

ผบ.ร้อย.ป.ฉก.นย.๒๐๑

                 ๑๑.    

ร.อ.ประจักษ์

พลอยบูรณินทร์

ผบ.มว.พ.ฉก.นย.๒๐๑

                   ๑๒.    

ร.ต.ชัยพร

พงษ์มิตร

ผบ.มว.ช.ฉก.นย.๒๐๑

                ๑๓.    

ร.ต.เทพรังสรรค์

ศิลปบรรเลง

ผบ.มว.ลว.ฉก.นย.๒๐๑

                ๑๔.    

ร.ต.ชูศักดิ์

กระจ่างโยธิน

ผบ.มว.ส.ฉก.นย.๒๐๑


ฉก.นย.๒๐๑

    หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน   ๒๐๑ (ฉก.นย.๒๐๑) จัดกำลังจากพัน.ร.๘ ผส.นย. สมทบด้วย ๑ มว.ตชด.จำนวน ๒๕ นาย และ ๑ มว.ทบ.โดยมี  นท.ศุภนิตย์  จูฑะพุทธิ  ผบ.พัน.ร.๘  ผส.นย. เป็น ผบ.ฉก.นย.๒๐๑  ขึ้นควบคุมยุทธการกับ  ทภ.๔  ตั้งแต่วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐  การปฏิบัติที่สำคัญคือ  การนำกำลังเข้าปราบปราม   ผกค.   ที่ค่ายกรุงชิง   ต.นบพิตำ   อ.ท่าศาลา    จว.นครศรีธรรมราช     ได้ยึด และทำลายค่ายกรุงชิงสำเร็จเมื่อวันที่๑๕เม.ย.๒๕๒๐

การปราบปรามผู้ก่อการร้าย

     ปี ๒๕๒๐  กองทัพบกพิจารณาเห็นว่า  “ทหารนาวิกโยธิน”  มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติด้านการรบ บนบกได้ดี  เช่นเดียวกับทหารบก  จึงได้ร้องขอไปยังกองทัพเรือ ให้พิจารณาจัดทหารนาวิกโยธิน  ไปช่วยปฏิบัติราชการ ในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์  ในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ ๔  ดังนั้น กองทัพเรือจึงได้มอบหมายให้  กองพันทหารราบที่ ๘  กรมผสมนาวิกโยธิน  ออกไปปฏิบัติราชการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์    ตามแผนยุทธการที่ ๑  ของศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพบก  ในท้องที่  อ.ท่าศาลา  จว.นครศรีธรรมราช  ตั้งแต่  ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐  ถึง ๑๖ ตุลาคม ๒๕๒๐  ภายใต้ชื่อรหัสว่า  “หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ๒๐๑  หรือหน่วยเฉพาะกิจทักษิณ”  โดยได้รับมอบภารกิจจาก  กองทัพภาคที่ ๔  ในการปิดล้อม  ตรวจค้น  ค้นหา  ทำลายล้าง กองกำลัง  ที่ตั้ง  แหล่งสะสมเสบียงอาหาร  อาวุธ  ยุทโธปกรณ์  ของผู้ก่อการร้ายในพื้นที่ “อ่าวกรุงชิง”   “กรุงชิง”  เป็นชื่อเรียกขานของชาวบ้าน มาช้านาน  อยู่ในเขตบ้านนบพิตำ  ต.โรงเหล็ก  อ.ท่าศาลา  จว.นครศรีธรรมราช  ลักษณะ ภูมิประเทศของพื้นที่ปฏิบัติการเป็นก้นกระทะ  ป่ารกทึบ  มีเขาปรายกะทูน,  เขาเคี่ยม,เขากลมและเขาหลวงล้อมรอบ มีคลองกรุงชิงไหลผ่านออกสู่คลองกลายและออกสู่ทะเล ภูมิประเทศ เต็มไปด้วยความทุรกันดาร ยากที่จะเข้าถึง  จากสถานการณ์ ปี  พ.ศ. ๒๕๑๔ - ๒๕๑๙  ในเขต  อ.ฉวาง  กิ่ง อ.พิปูน  และ อ. ท่าศาลา  จว. นครศรีธรรมราช    เริ่มมีการเคลื่อนไหว   ปลุกระดมมวลชน    โฆษณาชวนเชื่อ  ตลอดจนรวบรวบพรรคพวกไว้เป็นจำนวนมาก  ทำให้  ผกค.  มีอิทธิพลมากขึ้น สามารถรวบรวมอาวุธ   ซึ่งได้จากการโจมตีเจ้าหน้าที่  รวมทั้งยึดเครื่องมือสื่อสารได้เป็นจำนวนมาก    ทำให้  ผกค.  รวมตัวจัดตั้งเป็น  “กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย”  จว.นครศรีธรรมราช  เพิ่มความรุนแรงในการปฏิบัติการต่อต้านโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐบาลมากขึ้นและยังสามารถขยายเขตงานออกเป็น ๔ เขต  ดังนี้

 ๑.  เขตงาน ๓๑ ตั้งอยู่บริเวณอ่าวกรุงชิง  บ้านนบพิตำ ต.โรงเหล็ก อ.ท่าศาลา  จว.นครศรีธรรมราช  
      มีนายจิตร  จงจิตร  เป็นหัวหน้า
 ๒.  เขตงาน ๓๒ ตั้งอยู่บริเวณเหนือคลองใหญ่  กิ่ง  อ.พิปูน  จว.นครศรีธรรมราช
 ๓.  เขตงาน ๓๔ ตั้งอยู่บริเวณอ่าวศรีเมือง  ต.สามตำบล  อ.ลานสกา  จว.นครศรีธรรมราช

     เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๐  พัน.ร.๘  ผส.นย.  ได้รับคำสั่งจากหน่วยเหนือให้เตรียมกำลังเป็น “ฉก.นย.๒๐๑”  เพื่อปราบปราม  ผกค.  ในพื้นที่  จว.นครศรีธรรมราช  โดย  พัน.ร.๘ ผส.นย.  เป็นกำลังหลักในการจัดกำลัง ๒ กองร้อยปืนเล็ก  และ พัน.ร.๓ ผส.นย. ๑ กองร้อยปืนเล็ก  กำลังพลที่มาสมทบจัดมาจาก  ผส.นย.  ๑ กองร้อยปืนใหญ่, มว.สื่อสาร , มว.ลว.,  มว.ช่าง  และ  มว.พ.  ทำการสนธิกำลังที่  พัน.ร.๘ ผส.นย.  และได้ดำเนินการฝึกเตรียมบริเวณ  บ.วังพา  ต.ทุ่งตำเสา, บ.เขารูปช้าง, บ.สวนตูล และ บ.เก้าเส้ง อ.เมือง  จว.สงขลา
     จนกระทั่งวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐ เวลา ๐๖๐๐ กำลัง ฉก.นย.๒๐๑ ได้เคลื่อนย้ายเข้าพื้นที่ปฏิบัติการ  ณ  อ.ท่าศาลา  จว.นครศรีธรรมราช   โดย   ทก.ฉก.นย.๒๐๑, มว.สื่อสาร, มว.ช.,มว.ลว.  และ มว.พ.  เข้าตั้งฐานปฏิบัติการบริเวณ  บ้านในถุ้ง  อ.ท่าศาลา ร้อย.ปืนเล็กที่ ๑ และ ร้อย.ปืนเล็กที่ ๓ เข้าตั้งฐานปฏิบัติการบริเวณบ้านวังเลา  อ.ท่าศาลา  ร้อย.ปืนเล็กที่ ๒  และร้อย.ป. เข้าตั้งฐานปฏิบัติการบริเวณบ้านโรงเหล็ก  อ.ท่าศาลา ทุกหน่วยเข้าพื้นที่เรียบร้อย  เมื่อ   ๒๓  กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐  เวลา ๑๕๐๐   ภารกิจในขั้นต้น   ฉก.นย.๒๐๑  ได้ออกปฏิบัติการหาข่าว  โดยออกพบปะประชาชนรอบ ๆ  ฐานปฏิบัติการพร้อมกับทำการลาดตระเวนพื้นที่อ่าวกรุงชิง  คือที่ตั้งขุมกำลังใหญ่ของ กองบัญชาการผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ภาคใต้  ผกค.  ได้สร้างค่ายที่พักแข็งแรงหลายค่าย  แต่ละค่ายบรรจุคนได้นับร้อย  บางแห่งใช้ถ้ำเป็นค่ายพัก  มีโรงงานประกอบวัตถุระเบิด  สโมสร โรงเย็บเสื้อผ้า  ที่พยาบาล โรงประกอบอาหารขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยัง  ได้ขุดคูสนามเพลาะล้อมรอบค่ายพักและที่ตั้งปืนกลเป็นระยะ ๆ  อีกด้วย  ทั้งหมดนี้ซุกซ่อนอย่างมิดชิด ยากต่อการตรวจการณ์ทางอากาศ  และ  ผกค.  ยังได้วางกับระเบิดตามเส้นทางที่คาดว่าฝ่ายเราจะบุกเข้าไป  ตลอดจนวางกำลังคอยซุ่มโจมตีอีกด้วย  ดังนั้นการเคลื่อนย้ายหน่วย  จึงต้องใช้ความระมัดระวังทุกฝีก้าว แม้จะพลาดพลั้งไปบ้าง  แต่ทหารนาวิกโยธินก็ไม่ย่อท้อ  ยุทธการครั้งสำคัญของ  “ทหารนาวิกโยธิน”  นับตั้งแต่วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์  ๒๕๒๐ เป็นต้นมา  ได้นำกำลังเข้าปิดล้อม ตรวจค้นและหาข่าวตลอดจนกวาดล้างจนกระทั่งพบค่ายกรุงชิงของ  ผกค.  ตลอดเวลาของการปฏิบัติการ ต้องพบกับความยากลำบากนานับประการ  ต้องขุดหลุมนอนและระมัดระวังทุกฝีก้าว  อาหารการกินต้องรอให้หน่วยเหนือส่งมาให้ทางเครื่องบินโดยการทิ้งร่ม  หรือส่งทางเฮลิคอปเตอร์  บางครั้งไม่สามารถส่งให้ได้  เนื่องจากลมฟ้าอากาศหรือป่ารกทึบจนเกินไป  จึงต้องยังชีพด้วยการแสวงหาเองในภูมิประเทศ  การที่  ผกค.  ได้ตั้งค่ายและวางกำลังในชัยภูมิที่ได้เปรียบ  หน่วยเหนือจึงเริ่มดำเนินการวางแผนและได้กำหนดให้ วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๐  เป็น วัน – ว. เวลา – น.  ร้อย.ปืนเล็กที่ ๑, ร้อย.ปืนเล็กที่ ๒  และร้อย.ปืนเล็กที่ ๓  เคลื่อนกำลังเข้าสู่เป้าหมาย  โดยกำหนดเขตงาน ๓๑ หรือค่ายกรุงชิงเป็นเป้าหมายโดย  ร้อย.ปืนเล็กที่ ๑  ซึ่งมี ร.อ.ธีรพันธ์  ทิมประเสริฐ  เป็น ผบ.ร้อย. ฯ  เข้าตีทางด้านปีกขวา  ทำหน้าที่เป็นค้อน ร้อย.ปืนเล็กที่ ๓  ซึ่งมี ร.อ.เบญจะ  อินทรประชา  เป็น ผบ.ร้อย. ฯ  เข้าตีทางด้านปีกซ้าย  ทำหน้าที่เป็นค้อน และ ร้อย.ปืนเล็กที่ ๒  ซึ่งมี ร.อ.ต่อบุญ   ไกรฤกษ์   เป็น ผบ.ร้อย. ฯ  เข้ายึดที่เป้าหมาย  บ้านนบพิตำ  อ.ท่าศาลา  ทำหน้าที่เป็นทั่ง จนในที่สุดก็สามารถบุกเข้าถึง “ค่ายกรุงชิง” อันเป็นกองบัญชาการใหญ่ของ  ผกค.  ภาคใต้  ซึ่งยังไม่เคยปรากฏว่ามีหน่วยทหาร หน่วยใดได้เข้ามาถึงก่อน  ได้เข้าทำลายและยึดค่ายกรุงชิงสำเร็จ  เมื่อวันที่  ๑๕ เมษายน ๒๕๒๐  ทหารนาวิกโยธิน ได้ชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาแทนธงแดงตราค้อน-เคียว ของ ผกค.  เพื่อประกาศว่า  “แผ่นดินไทยจะต้องมีเฉพาะธงชาติไทยเท่านั้น” 


                                                                                                                                 ทหารนาวิกโยธินได้ชักธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาแทนธงแดงตราค้อนเคียว

เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ๒๐๑

    วันที่ทหารนาวิกโยธินทุกคนจะลืมเสียมิได้ก็คือ เมื่อวันที่ ๖ ก.ค. ๒๕๒๐ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยม  ฉก.นย.๒๐๑  และเมื่อวันที่ ๗ ก.ย. ๒๕๒๐  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ภูมิพลอดุลยเดช  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ  พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ  เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยม ฉก.นย.๒๐๑ พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยในการปฏิบัติภารกิจของ   ทหารนาวิกโยธินได้ทรงไต่ถามถึงการปฏิบัติทางทหารต่างๆ  และมีพระราชประสงค์  ให้ร่วมมือกันบูรณฟื้นฟูพื้นที่อ่าวกรุงชิง เพื่อให้พสกนิกรของพระองค์ได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่นั้น เป็นแหล่งประกอบอาชีพต่อไป  พร้อมกับพระราชทานสิ่งของต่างๆ  เพื่อบำรุงขวัญให้กับทหาร  ฉก.นย.๒๐๑
 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมและพระราชทานสิ่งของต่างๆ

ทรงทอดพระเนตรสิ่งของที่ยึดได้

ทรงทอดพระเนตรสิ่งของที่ยึดได้


ผลการปฏิบัติ

 -  ปะทะกับ  ผกค. ๓๒ ครั้ง
 -  ถูกกับระเบิดของ  ผกค. ๒๕ ครั้ง
 -  ถูก  ผกค.  ซุ่มโจมตี ๒๕  ครั้ง
 -  ถูก  ผกค.  ยิงรบกวนฐานปฏิบัติการ ๒๕ ครั้ง
 -  ยึดค่ายพักของ  ผกค.  ได้ ๘๑  หลัง
 -  ยึดยุ้งฉางเก็บข้าวเปลือกได้   ๔ หลัง
 -  ยึดโรงบ่มยาสูบของ  ผกค.  ได้   ๒ หลัง
 -  ยึดโรงเลื่อยของ  ผกค.  ได้   ๒ หลัง
 -  ยึดไร่ผักขนาดใหญ่ได้   ๒ แห่ง

สรุปการสูญเสีย

 ๑.  ฝ่ายเรา
  - เสียชีวิต   ๘ นาย     (พัน.ร.๘ ผส.นย. ๑ นาย)
  - บาดเจ็บสาหัส ๓๙ นาย     (ตชด.๖ นาย  และ  ทบ.๒นาย)
  - บาดเจ็บเล็กน้อย ๒๗  นาย
 ๒. ฝ่าย  ผกค.
  - เสียชีวิต   ๕ คน
  - มอบตัว ๕๒ คน
  - แนวร่วมถูกจับกุม ๑๒๔ คน


 

 
 
 
ถนนริมทะเล ตำบลบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 9000
โทรศัพท์ : 074-322315
Copyright © 2016. www.nakarin1008.com. All rights reserved. Powered by stsbbs